ตามรอยเชฟ’Fabio’ถึงขอนแก่น ลิ้มรสอาหารอิตาเลี่ยน

ตามรอยเชฟ’Fabio’ถึงขอนแก่น ลิ้มรสอาหารอิตาเลี่ยน
สัปดาห์นี้พาไปลิ้มรส “อาหารอิตาเลี่ยน” จากฝีมือเชฟชื่อดัง “Fabio” ถึงขอนแก่นหลากหลายเมนู อร่อยแค่ไหนไปลองชิมกัน

ผมต้องบินไปทำธุระที่จังหวัดขอนแก่น กับ อ.เต้ย ผมฝากคู่หูนักชิมของผมไว้ 2 เรื่อง คือช่วยหาที่พักใกล้ๆ กับสนามบินขอนแก่นและฝากดูร้านอาหารอร่อยๆ ให้สักร้าน เมื่อผมลงจากเครื่อง เราเช่ารถแล้ว เอาของไปเก็บที่ที่พักก่อน โชคดีมากที่ออกจากสนามบินไม่ถึง 3 นาทีก็เจอที่พักชื่อ ราชาวดี รีสอร์ต แอนด์ โฮเทล ที่นี่เป็นแนวผู้ใหญ่น่าจะชอบครับ เพราะเป็นรีสอร์ตในสวน เงียบสงบร่มรื่นดี

ผมเอาของเก็บแล้วก็ออกไปทำธุระในเมืองจนถึงเย็น เมื่อได้เวลาอาหารค่ำ ผมถาม อ.เต้ย ว่าร้านเด็ดอยู่ตรงไหน อ.เต้ยบอกให้ผมขับกลับที่พักก่อน เมื่อจอดรถ อ.เต้ยจึงบอกว่าถึงร้านอาหารเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ามี “ร้านอาหารอิตาเลี่ยน” อยู่หน้าที่พักนั่นเอง ผมเห็นป้ายเขียนว่า “VACCA Italian by Fabio”

ผมต้องถามต่อว่า แล้ว “Fabio” นี่คือใคร อ.เต้ยเล่าให้ผมฟังว่า “Chef Fabio Colautti” เป็นเชฟชาวอิตาเลี่ยนชื่อดัง ปรุงอาหารแบบ “Chef’s Table” ให้คนดังระดับประเทศ และเคยทำอยู่ที่ร้าน Giusto (จูสโต้) ซอยสุขุมวิท 23 มาก่อน ร้านนี้ดังมาก ใครที่ชอบอาหารอิตาเลี่ยนและไวน์ต้องมากินที่ร้านนี้ อ.เต้ย เคยพาภรรยาไปรับประทานเมื่อ 10กว่าปีก่อนแล้วชอบมาก

แต่ปัจจุบันร้าน Giusto ปิดตัวลงไปแล้ว อ.เต้ยได้ข่าวว่า “Chef Fabio” มาเปิดร้านอยู่ที่ขอนแก่น เลยสืบจนเจอว่ามาอยู่ที่ร้านนี้ จึงอยากจะมาชิมอีกครั้งว่าเชฟยังทำพาสต้าได้อร่อยเหมือนที่กรุงเทพฯ หรือเปล่า??

ว้าว…ได้ฟังประวัติก่อนเข้าไปกินก็ตื่นเต้นขึ้นมาเลยครับ พอได้เจอ “Chef Fabio” ตัวจริงยิ่งน่าประทับใจครับ เชฟตัวสูงใหญ่ คุยสนุก พูดภาษาอังกฤษฟังง่าย ผมว่า “Chef Fabio” คงพูดไทยได้เหมือนกันแต่ไม่ยอมพูด (อยู่เมืองไทยมา 22 ปีแล้ว)

เราให้เชฟแนะนำเมนูว่าควรสั่งอะไรดี “Chef Fabio” ให้เราเริ่มด้วย Tapas ของกินเบาๆ เรียกน้ำย่อยก่อน อย่าง Broccoli-Blue Cheese Sauce เป็นผักบร็อกโคลี่หัวเล็กๆ ผสมมากับเปลือกมะเขือเทศ ใบโหระพา และมันฝรั่งฝานบางๆ ทั้งหมดนำไปทอดกรอบ แล้วกินกับซอสบลูชีสที่ปกติกลิ่นชีสจะแรงมาก แต่แปลกดีซอสบลูชีสที่นี่กลมกล่อมครับ มีกลิ่นนิดเดียวและไม่เหม็นด้วย

อ้อ!! ขนมปังที่มาวางรอให้รองท้องก่อนยังอร่อยเลยครับ ขนมปังเนื้อนุ่มและมี texture บางอย่างที่กัดเข้าไปแล้วน่าสนใจ จะทาซอสที่ให้มาก็ได้ หรือจะขอน้ำมันมะกอกเอาขนมปังจิ้มก็ได้ แต่เตือนไว้ก่อนว่า น้ำมันมะกอกที่นี่หอมและเผ็ดนะครับ

Avocado Smoked Salmon Salad มาพร้อมกับ Fried Rice Ball-Mozzarella-Pork with Truffle Mayonnaise สลัดใส่ผักหลากหลายรวมมากับอะโวคาโดที่ไปได้ดีกับแซลมอนรมควัน มี Pink Spicy Sauce กระจายอยู่รอบๆ จาน ซอสไม่เผ็ดเลยครับ เปรี้ยวๆ อร่อยดี ส่วน Fried Rice Ball นี่ทำมาจากข้าวริซอตโต้นำมาทอดกรอบ กัดเข้าไปแล้วจะเจอมอสซาเรลล่าชีสนุ่มๆ ผสมกับหมูอยู่ด้านใน ปาดกินกับซอสทรัฟเฟิล

พอเชฟจะเริ่มทำ “เมนูริซอตโต้” และ “พาสต้า” ผมขออนุญาต “Chef Fabio” เข้าไปดูการทำอาหารในครัว เชฟให้เข้าไปดูได้ เชฟตั้งกระทะใส่ข้าวริซอตโต้ และ Italian Sausage เติมน้ำสต็อกไก่ ค่อยๆ เคี่ยวไป แล้วคอยเติมน้ำสต็อกไปทีละนิด ก่อนเสร็จพิธี เชฟหันมาบอกว่า ปกติถ้าเป็นอาหารฝรั่งเศสจะใส่เนยเยอะ แต่เขาเป็นคนอิตาเลี่ยนจึงชอบใส่น้ำมันมะกอก แล้วก็หยิบ Extra Virgin เหยาะเติมลงไป โรยชีสบางๆ ลงไปด้านบน ใช้ทัพพีกลับไปมา แล้วก็เสิร์ฟลงจานเป็นเมนู Risotto Vacca

ส่วนเมนูพาสต้า “Chef Fabio” นำเสนอ 2 เมนู คือ “Truffle Ravioli” และ “Spaghetti Lobster” เมนูแรก “Chef Fabio” ตั้งกระทะเตรียม mushroom and truffle cream sauce แล้วให้ผู้ช่วยต้มพาสต้าที่มีไส้ห่อคล้ายเกี๊ยว พอพาสต้า Ravioli สุกได้ที่ก็นำมาคลุกกับซอสที่เตรียมไว้ กลับไปมา เติมน้ำมันมะกอก แล้วใส่ลงจานพร้อมเสิร์ฟ

ส่วน “Spaghetti Lobster” ไม่มีในเมนู แต่ อ.เต้ย ขอเชฟไว้ว่า อยากได้ Signature Dish ที่เหมือนเคยทำที่ร้าน Giusto สักหนึ่งจาน “Chef Fabio” เลยจัดจานนี้ให้ ผมเห็นผู้ช่วยแกะเนื้อล็อบสเตอร์ออกมา แล้วนำเปลือกไปผัดกับซอส ส่วนเชฟนำเส้นสปาเก็ตตี้ที่เชฟบอกว่าเป็นเส้นทำเองแบบ Home Made รับรองนุ่มไม่เหมือนใคร นำเส้นมาลวกแล้วผัดกับเนื้อและซอสล็อบสเตอร์ที่ผู้ช่วยเตรียมไว้ หลังจากนั้นนำเส้นและล็อบสเตอร์มาจัดใส่จานสวยงาม

เมื่อได้เวลาชิม 3 เมนู ผมเทใจและให้คะแนน Risotto Vacca แบบล้นทะลักเลยครับ ผมยกจานนี้ให้เป็นที่สุดของคืนนี้ อาจจะเป็นเพราะได้เห็นเคล็ดลับวิธีทำด้วย แต่พอกินไปคำแรก ที่ชอบมาก คือ “ข้าวริซอตโต้” นุ่มกำลังดี และที่ว้าวมากๆ คือ ไส้กรอกอิตาเลี่ยน ที่ใส่มาเข้ากับเมนูนี้ที่สุดครับ และที่ผมแปลกใจ คือ “เมนูริซอตโต้” ที่ผมกินบ่อยๆ มักจะแฉะๆ และหนักชีส แต่ริซอตโต้ของ “Chef Fabio” มันอร่อยแบบมีชีสเบาๆ กินแล้วหยุดไม่ได้เลยครับ

ส่วน อ.เต้ย ประทับใจพาสต้าทั้ง 2 จาน “Truffle Ravioli” ซอสทรัฟเฟิลเข้มข้น ไส้ของพาสต้า Ravioli ก็อร่อย ส่วน “Spaghetti Lobster” กินเส้นที่กัดทุกคำแล้วมีรสชาติ บวกกับเนื้อล็อบสเตอร์ที่ “Chef Fabio” เลือกใช้เป็น Phuket Lobster (แทนที่จะเป็น Maine Lobster) เพราะเป็นล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ เนื้อแน่น นำมาผัดกินกับพาสต้าแล้วอร่อยและได้รสชาติกว่าครับ อ.เต้ยกินแล้ว ถึงขั้นตะโกนออกมาว่า “Return of the Jedi” เพราะเขาเคยกินพาสต้าอร่อยๆ แบบนี้มาก่อน และรสชาติอย่างนี้ได้กลับมาให้เขาได้กินอีกครั้ง

ผมได้ถามว่า Vacca แปลว่าอะไร เชฟบอกว่า “วัวตัวเมีย” (แต่ต้องสะกดด้วย c ตัวเดียว) เชฟบอกว่าตอนมาขอนแก่นใหม่ๆ เห็นวัวเยอะดี เลยเลือกชื่อนี้ดีกว่าเพราะในร้านก็ทำสเต็กเนื้อวัวขายด้วย เชฟถามว่าอยากลองสเต็กด้วยมั้ย เราทั้งสองคนส่ายหน้า

“Chef Fabio” บอกให้ผู้ช่วยทำ Parma Ham Pizza เป็นเมนูปิดท้าย พาร์มาแฮมรสเค็ม กินกับแป้งพิซซ่าแบบบาง ใส่มอสซาเรลล่าชีส มะเขือเทศ และโรยด้วยผักร็อคเก็ต เชฟชวนกินเค้กที่ทำสดใหม่ทุกวัน แต่ผมและอ.เต้ยพุงจะแตกแล้ว จึงขอหยุดไว้เพียงเท่านี้

ผมยินดีกับ อ.เต้ย ที่เขาได้กินพาสต้ารสชาติที่คุ้นเคยและได้เจอเชฟระดับตำนานอีกครั้ง และถือเป็นโชคดีของผมที่ได้มากิน “อาหารอิตาเลี่ยน” ที่อร่อยขนาดนี้ จนอดไม่ได้ที่ต้องมาเขียนเล่าให้ฟัง ถ้าใครมาที่ขอนแก่น ลองมาชิมอาหารที่ร้านนี้ดูสักครั้งครับ เพราะการได้เจอ “Chef Fabio” ครั้งนี้เหมือนได้เจอท่านปรมาจารย์ Jedi Master ที่หลบซ่อนตัวอยู่เลยทีเดียวครับ ลองเข้าไปดูรูปอาหารและจองโต๊ะได้ที่ www.vacca-italian.com ครับ

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์